ความเป็นมาโครงการ

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) เดิมชื่อ ท่าอากาศยานเชียงราย เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2535 เดิมเป็นท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการบินพาณิชย์ (ในขณะนั้น) และได้โอนมาขึ้นอยู่กับการบริหารของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2541 และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนตามแนวนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ชื่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 ถึงปัจจุบัน และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ท่าอากาศยานเชียงราย ใช้ชื่อใหม่ว่า “ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย” เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2553

กรมการบินพาณิชย์ (ในขณะนั้น) ได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของท่าอากาศยานฯ ซึ่งรายงานดังกล่าว ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ในขณะนั้น) เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2532 ต่อมาใน พ.ศ. 2541 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้จัดทำโครงการติดตามตรวจสอบและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการสนามบินพาณิชย์ ซึ่งท่าอากาศยานเชียงราย (ในขณะนั้น) เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา และได้เสนอแนะมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมระยะดำเนินการ รวมทั้งการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ ตามรายงานการศึกษาดังกล่าว และในการประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 10/2559 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2559 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนา ทชร. โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่หนึ่ง ปี 2561-2565 ระยะที่สอง ปี 2564-2569 และระยะที่สาม ปี 2569-2574

ดังนั้น ทอท. จึงจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมกรณีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพื่อจัดเตรียมมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบ และมาตราการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมกรณีการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เพื่อจัดเตรียมมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบ และมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อไป

ขอบเขตงาน

ขอบเขตพื้นที่ศึกษา ครอบคลุมพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายและบริเวณโดยรอบในรัศมี 5 กิโลเมตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ใน 2 อำเภอ และ 8 ตำบล ดังนี้

อำเภอเมืองเชียงราย

6ตำบล ได้แก่ ตำบลเวียง ตำบลรอบเวียง ตำบลริมกก ตำบลนางแล ตำบลบ้านดู่ และตำบลแม่ข้าวต้ม

อำเภอเวียงชัย

2ตำบล ได้แก่ตำบลเวียงชัย และตำบลเวียงเหนือ

ขอบเขตของปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ทำการศึกษา ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน จำนวน 20 ปัจจัย ดังนี้

ทรัพยากรทางกายภาพ
9 ปัจจัย

  • สภาพภูมิประเทศ
  • ธรณีวิทยา ธรณีสัณฐานวิทยา และ แผ่นดินไหว
  • ทรัพยากรดิน
  • อุตุนิยมวิทยา และ คุณภาพอากาศ
  • ระดับเสียง
  • ความสั่นสะเทือน
  • อุทกวิทยาน้ำผิวดิน
  • คุณภาพน้ำผิวดิน
  • อุทกธรณีวิทยา และ คุณภาพน้ำใต้ดิน

ทรัพยากรทางชีวภาพ และนิเวศวิทยา
2 ปัจจัย

  • นิเวศวิทยาบนบก
  • นิเวศวิทยาทางน้ำ









คุณค่าการใช้ประโยชน์ ของมนุษย์
4 ปัจจัย

  • การใช้ประโยชน์ที่ดิน และผังเมือง
  • การคมนาคมขนส่ง
  • การระบายน้ำและ ป้องกันน้ำท่วม
  • สาธารณูปโภค - สาธารณูปการ

คุณค่าต่อคุณภาพชีวิต
5 ปัจจัย

  • สภาพเศรษฐกิจ-สังคม
  • สาธารณสุข
  • อาชีวอนามัย และ ความปลอดภัย
  •  แหล่งท่องเที่ยว และ สุนทรียภาพ
  • แหล่งโบราณคดี และ ประวัติศาสตร์

ขอบเขตพื้นที่ดำเนินการ

ขอบเขตพื้นที่ศึกษาทางกายภาพครอบคลุมบริเวณท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงรายและบริเวณพื้นที่โดยรอบโครงการที่อยู่ภายในระยะห่างจากแนวขอบท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย 5 กิโลเมตร(ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย และอำเภอเวียงชัย)

ขอบเขตพื้นที่ศึกษาการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน 

ในการศึกษาและจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ


อำเภอเมืองเชียงราย

  • ตำบลเวียง : ระยะ 5 กิโลเมตร
  • ตำบลรอบเวียง : ระยะ 1, 5 กิโลเมตร
  • ตำบลริมกก : ระยะ 1, 5 กิโลเมตร
  • ตำบลนางแล : ระยะ 1, 5 กิโลเมตร
  • ตำบลข้าวต้ม : ระยะ 5 กิโลเมตร

อำเภอเวียงชัย

  • ตำบลเวียงชัย : ระยะ 5 กิโลเมตร
  • ตำบลเวียงเหนือ : ระยะ 5 กิโลเมตร




การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

เป็นการเผยแพร่ข้อมูลโครงการ และเชิญชวนเพื่อนบ้านของท่าอากาศยาน ซึ่งได้แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และสมาชิกชุมชนบริเวณรอบสนามบินมาเข้าร่วมประชุม อีกทั้งยังมีเพื่อนจากทุกภาคส่วน ซึ่งได้แก่หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน ภาคประชาสังคม และผู้ที่สนใจโครงการ ได้เข้ามาร่วมรับรู้และร่วมแสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำต่อแนวคิดการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงให้เต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับ การใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิมและสามารถตอบโจทย์ทางยุทธศาสตร์ของท่าอากาศยานที่ต้องการ ตลอดจนสอดรับกับการพัฒนาจังหวัดเชียงราย 

วัตถุประสงค์

  • เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงการในกลุ่มผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อให้ประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นนำเสนอข้อมูล ข้อโต้แย้ง หรือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการดำเนินการประชาสัมพันธ์และรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน โครงการได้พิจารณา 7 กลุ่มหลัก ตามแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางสังคมในกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2549) ซึ่งการให้ผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการ (Stakeholders) เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีความมุ่งหวังว่ากระบวนการนี้จะเป็นการรวบรวมความคิดเห็น ข้อกังวลในประเด็นต่างๆ หรือข้อมูลบางอย่างที่ไม่มีการบันทึกไว้ทำให้โครงการเข้าใจชัดเจนและมีความรอบคอบใน การดำเนินการยิ่งขึ้นเกิดความโปร่งใสในกระบวนการทำงานและเป็นการส่งเสริมให้เกิดความไว้วางใจ อาจกล่าวได้ว่าการมีส่วนร่วมเป็นกลวิธีหนึ่งในการลดความขัดแย้งทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

กิจกรรมที่ดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

  • การจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการ ลักษณะโครงการ ขอบเขตการศึกษา EIA และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ
  • การจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 เพื่อสรุปผลการศึกษา EIA ผลกระทบที่สำคัญและมาตรการป้องกัน แก้ไข ติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมที่ดำเนินการเพิ่มเติม 

การศึกษาโครงการได้กำหนดจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพิ่มเติม เพื่อเผยแพร่ข้อมูล สร้างความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาต่างๆ ทั้งนี้การศึกษาได้กำหนดกิจกรรมที่จะดำเนินการเพิ่มเติม โดยพิจารณาเลือกใช้เทคนิคการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมกับพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายของโครงการ ดังนี้ 

  • การเข้าพบเพื่อแนะนำโครงการ มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำข้อมูลโครงการ รวมทั้งปรึกษาหารือ รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชน เพื่อนำมาประกอบและกำหนดแนวทางการศึกษาโครงการ กำหนดการดำเนินกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาการศึกษาโครงการ และก่อนการลงพื้นที่เพื่อทำงานภาคสนามโดยกลุ่มเป้าหมายจะครอบคลุมผู้นำชุมชนในพื้นที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ศึกษาโครงการ
  • การสนทนากลุ่มย่อย กำหนดดำเนินการร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ของโครงการ เช่น การสำรวจแบบสอบถามด้านเศรษฐกิจ-สังคม และการสำรวจภาคสนามด้านอื่นๆ การสัมภาษณ์เชิงลึกเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมของโครงการและแนวทางศึกษา และรูปแบบการพัฒนาโครงการ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวลใจ ข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นต่อโครงการ 

สื่อและอุปกรณ์การดำเนินงานประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน 

  • สื่อบุคคล เป็นการใช้เจ้าหน้าที่โครงการทำหน้าที่ถ่ายข้อมูลข่าวสารต่างๆ สู่ประชาชน สื่อประเภทนี้เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในการประชาสัมพันธ์ ส่วนใหญ่อาศัยการพูดในลักษณะต่างๆ เช่น การสนทนาพบปะพูดคุย การประชุม การสัมภาษณ์ และการอภิปราย 
  • สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีวัตถุประสงค์ในการผลิตและรูปแบบของสิ่งพิมพ์แตกต่างกันออกไป ได้แก่ ป้ายประชาสัมพันธ์ (ขนาดกระดาษ A3) แผ่นพับประชาสัมพันธ์โครงการ (Brochure) เอกสารประกอบการประชุม สไลด์ประกอบการบรรยาย (Presentation) และแบบประเมินภายหลังการประชุม
  • สื่อมวลชน เป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยโครงการเลือกใช้สื่อวิทยุกระจายเสียง และสื่อโทรทัศน์ (เคเบิ้ลท้องถิ่น) 
  • สื่อโสตทัศน์ เป็นสื่อที่ผู้รับสามารถรับได้ทั้งภาพและเสียง เช่น วีดิทัศน์โครงการ
  • สื่อกิจกรรม เป็นการสื่อที่สามารถสื่อความรู้สึกนึกคิด ความรู้ และข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย สื่อที่โครงการนำมาใช้ ได้แก่ การจัดประชุม สัมมนา และการจัดนิทรรศการ